สอบ afs // บ่น

posted on 20 Jun 2010 18:14 by kuroiyuki
 

อ่า ... และเวลาก้ผ่านปายยยยยยยยยย

สอบafsผ่านด้วยเว้ยยยยยยยยยยยย

(ด้วยความสัจจริง ข้าน้อยมั่วทั้งฉบับ และ ไอ้ข้อที่มั่นใจมันดันเจือกไม่ตรงกะเพื่อน)

 

เอาล่ะ ไหนๆก้พูดถึง afs อย่างที่บอกไว้คราวที่แล้ว

คราวนี้จะมาเล่าเกี่ยวกับข้อสอบให้

คือ เราไปสอบแบบไม่คิดอะไรมาก เพราะ อยากพึ่งข้อสอบภาษาไทย

ปรากฏว่า ...

ปีนี้ ไม่มีข้อสอบภาษาไทย

(ปีที่แล้วมี20ข้อ)

แม่เจ้าโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

ภาษาอังกฤษ 100 ข้อล้วนๆ ทำไปได้ยังไงกานคร้าบท่านนนนนนน

 

มาดูกันข้อสอบ มี น่าจะ3 แบบอ่ะนะ คือ

1. เนื้อเรื่อง(passage) +++ แบบที่เอาบทความหน้านึงมาแปะให้อ่านกันจนปวดตับ เอ้ยตา

     แล้วตอบคำถามไม่เกิน5ข้อ  แล้วคิดดู ข้อสอบ 95 ข้อ

      อิ บทความพวกนี้มันจะมากมายมหาศาลขนาดไหน

     ส่วนที่สำคัญที่สุด  สกู๊ปการ์ตูนตาม นสพ.

     ที่มันมักจะยิงมุกแป๊กใส่กัน ของปีที่แล้วก้มี

     ไม่นึกว่าปีนี้จะเอามาออกอีก กวนเบื้องล่างมากมาย

     และ ข้อสอบปีนี้หนาได้2เท่าของข้อสอบปีที่แล้วอ่ะ

.... โหดดดดดดดดดดดดด

 

2.คอนเวอ(coversation) +++ ให้เราเติมบทสนทนาให้เต็ม ถ้าจำไม่ผิด คือ

      ให้มาประมาน 2 อัน มี คอนเวอกรอบ กับ คอนเวอพืด

       -คอนเวอกรอบ  จะเป็น 1ข้อ ต่อ1-2 ประโยค แล้วก้มี คำให้เลือก(มันอยู่ในกรอบ)

        ของปีนี้ยากกว่าของปีที่แล้ว มี ประมาน 10ข้อ

       - คอนเวอพืด(แบบที่เหนกันทั่วๆไปตามหนังสือเรียน)

      ยากกว่าของปีก่อนเช่นกัน  มีประมาน 5 ข้อ

      ไม่เข้าใจว่าจะยากไปทำไม่ -*-

 

3. แกรมม่า(grammar) +++ มีตั้ง...... 5ข้อ สวรรค์โปรดม๊ากมากกก

     เปนแบบเอ๋อเหรอ(error) และมันก้ยังคงยากกว่าของปีที่แล้วเช่นเคย

 

และเราก้คิดว่า เราไม่น่าจะผ่านได้ แต่มันดันเจือกผ่านซะงั้น โคตรตกใจเลย -*-!!

ผ่านนนนนนนนนนนนนนนน   มาได้ไงวะ

ตอนนี้ก็นอนรอสอบสัมภาษณ์ วันอาทิตหน้า

 

ปล. ความจิงอยากบ่นเรื่องการบ้านมากกว่านะ

 แต่ มันบ่นได้ทั้งปี ยังมีเวลาให้บ่นได้อีกเยอะ

ไอ้สอบนี่นานทีมีหน รีบบ่นไว้ ก่อนลืม 555

ปล.2 อาทิตก่อนมีไหว้ครู ตอนแรกก้ว่าจะเขียนเรื่องนี้

แต่อาทิดที่แล้วไม่ได้เปิดคอม เลย ลืม ขอเว้นไว้ก่อน

เดี๋ยวจามาตามเก็บเขียนที่หลัง

 

ปล. สุดท้ายและ  สอบผ่านได้ไงวะเนี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

 

มาอัพหลังจากได้เปิดเทอมซะที เปิดเรียนได้3วัน

งานท่วมหัวแล้วพี่น้องงงงงงงง

 

เห้อ... พรุ่งนี้ไปสอบ afs ไปแบบไม่รุ้เรื่องเลยอ่ะ

เพิ่งรุ้ว่ามีสอบตอนวันพุธ แล้วสอบวันอาทิดเนี่ยนะ

น่าอนาถสุดยอดเลยเรา -*-

หนังสือยังมะได้อ่านซักกะตัว

ลองทำข้อสอบเก่าดูก้ได้แค่ 64 จาก100 มันจารอดมั้ยวะเนี่ย

แต่ก้นะ ไปแบบไม่คิดไรมาก ไม่ได้อยากได้ทุนจนตัวสั่น

ไปแบบขำๆ 555

 

เดี๋ยว คราวหน้าจะมารายงานสภาพอาการ ความสาหัสสากันของข้อสอบ

 

++++++++++++++++++++++++++++++++

 

เปิดเทอม มีครายปั่นงานไม่ทันกันบ้าง คงจะเข้าใจความรุ้สึกกันดี

และ เราเปนคนประเภทที่ว่า ถ้าไฟไม่ลนตูด งานไม่เคลื่อน สมองไม่ไป

เสดเลยสิงานนี้ งานมันชอบมาอัดกันส่งวันเดียวกันด้วย

เวรตะไล เลยgru

แล้วเวลาจะคิดไม่ออกแล้วต้องเค้นสมองคิดทำงานส่งนี่มัน

สุดยอดแห่งความทรมานเลย งานก้ไม่ดี คิดเสดเจือกหิว

นั่งกุมท้องเรียน โคตรมีความสุขเลย -*-

โรงอาหารกะติกเรียนก้ อยุ่กันคนละทิศคนละทางกันเลย

หน้าโรงเรียน กับ หลังโรงเรียน(ถึงโรงเรียนจะไม่ได้ใหญ่มากก้เถอะ)

 

และ โรงอาหารกับหอประชุมมันเปนตึกเดียวกัน

เมื่อวันศุกร์มีเลือกชมรมตอนพักเที่ยงพอดี

วันนั้นคาบก่อนพักให้นักเรียนทุกคนไปรวมกันที่หอประชุม

แล้วการเลือกชมรมก้ อย่างที่รุ้กัน ใครดีใครได้

เร็วกว่าได้ก่อน แล้วครั้งนี้มันดันมีชนรมที่อยากเข้า ม๊าก มากอยุ่ชมรมนึง

งานนี้ก้ พอครุปล่อยชั้นเราออกจากหอประชุมเลย

รู้สึกว่าตัวเองวิ่งเรวกว่าเวลาวิ่งจับเวลาตอนเรียนพละอีก - -*

วิ่งก้นไป3คน มีคนนึงฝากจอง และ อีกคนนึงที่     เดินมาอย่างสง่าง่าม

มันไม่มีเหงื่อซักหยดเลยอ่ะ -*- ไอ้เราก้วิ่งแทบตาย

พอวิ่งจากหอประชุมกลับมาที่ตึก โหวง ยังไม่มีคนมาเลย

เพราะ ไปลอบบี้พี่ชมรมไว้ พี่เค้าเลยบอกว่าเดี๋ยวจะเดินมาช้าๆ

แล้วให้พวกเราที่จะสมัครรีบวิ่งมา

เหอๆ แต่ก้สนุกดี 555

 

ไม่ค่อยชอบเลยแหะ ที่เวลาขึ้นชั้นใหม่แล้วต้องย้ายห้อง

ต้องปรับตัวใหม่ทุกๆปี เพื่อนร่วมห้องที่(ตอนนี้ยัง)ไม่ค่อยสนิท

และที่สำคัญ ทำไม่มันต้องย้ายชั้นด้วยวะ เดิมอยุ่ชั้น2-3 ก้พอไหวอยุ่หรอก

ปีนี้นีจะจับขึ้นไปเรียนบนหลังคาแล้ว อยุ่ตั้งชั้น5 -*- สูงไปไหน

(มีคุนเพื่อนๆบ่นว่า แค่ไต่ขึ้นไต่ลงตึกก้หมดเวลาพักแล้ว)<= อันนี้เหนด้วยสุดๆอ่ะ

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ตอนนี้ แถวบ้านรถติดมากมายอ่ะ

เดินเข้าบ้านยังเร็วกว่านั่งรถเข้าไปอีก

สาเหตุ ก้คงเปน ศอช. ที่ทองหล่อซอย10 อ่ะ

จากเดิมก้ติดอยุ่แล้ว  กลายเปน ติดอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ติดเวรตะไล ไปเรียนสาย ซอยที่เปนทางลัดเจือกปิดถนน

ทำท่อ ขุดดินอีก เวรเอ้ย มันจะติดก้ให้มันได้งี้ดิว้า

เซงโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

เดินเล่น ศอช.

posted on 28 May 2010 22:41 by kuroiyuki

หวาดเด ท่านทั้งหลายที่เข้ามาอ่านเน้อ

 

ความจิง ตอนแรกตั้งใจจะเขียนเอนทรี่นี้เกียวกับที่มาของนามปากกานี้อ่ะนะ

แต่ว่าวันนี้มีเรื่องอื่นให้เขียนก่อน เอาอันนี้ไปก่อนละกาน

ไว้คราวหน้าค่อยบอกความหมาย

เด๋วจาเครียดเกิน 5555 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

วันนี้ไปเดินเล่นที่แถวๆทองหล่อซอย10มา

(เค้าจัดพื้นที่ให้คนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการม๊อบป่วงได้มาขายของกัน)

ทางที่จัดงานบอกว่างานนี้อยุ่ภายให้นโยบายของ ศอช.

 ศอช.= ศุนย์อำนวยการพื้นที่ช้อบปิ้ง (ไรประมานนี้ จำมะได้ แมร่ง ยาวววววววววววว)

คนคิดนี่เข้าใจคิดจิงๆ

 

มีคนมาออกร้านขายของเยอะมากกกกกกกกกกกกก

เราก้เดินไปเรื่อยๆ(โชคดีมากที่วันนี้แดดไม่แรง)

เดินไปเดินมา ไปเจอร้านนึง ขายกระเป๋าหนัง

แม่ถามพี่คนขายว่า เดิมขายอยุ่ตรงไหน

พี่คนขายก้บอกว่าอยุ่แถวๆโรงหนังสยาม ที่โดนไฟไหมนั่นล่ะ

ของที่เอามาขายวันนี้ก้ไปขุดๆมาจากซากร้านนั่นล่ะ พี่เค้าพูด

แล้วก้เอารุปให้ดู แล้วก้บอกว่า เพิ่งเช็ดพวกคราบเขม่าออกเมื่อคืนนี้เอง โชคดีที่พี่เก็บไว้หลายชั้น

เรานี่คือทึ่งไปเลย เพราะ เหลือบไปเหน กระเป๋าแบบไม่มีที่ปิด (อารมประมานถุงนั่นล่ะ แต่เปนหนัง)

หนังข้างในมีรอยเขม่าควัน(ดำๆ)ติดอยุ่ด้วย ตอนแรกเราเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

พอเหนกระเป๋าใบนั้นแล้วเราเชื่อเลยอ่ะ

แม่เราเดินๆ เลือกไป แล้วสุดท้ายก้ต้องเสียตัง(จนได้) พี่คนขายหยิบใส้ถุงให้

ที่ถุงนั่น(ถุงกระดาษ) มีรอยขี้เถ้าติดอยุ่ด้วย (รอยมือ)

พี่คนขายบอกว่านี่ก้ไปขุดออกมาจากซากเหมือนกัน เอาไว้เปนรอยที่ระลึกละกัน 555 พี่เค้าพูดขำๆ 

นอกจากร้านนี้ยังมี่ร้านอื่นๆอีกเยอะ แล้วเราก้ได้คุยกะพวกคนขาย

ดีจายมากที่ทุกคนยังยิ้มได้ และยังไม่ท้อ

เราล่ะนับถือพวกพี่ๆพวกนี้จิงๆ เกิดเหตุการณ์ขนาดนี้ยังยิ้มกันได้

 

อยากให้บ้านเรากลับมาเปนเหมือนเดิมเร็วๆ

 

นี่เปนหนึ่งในการเดินซื้อของที่โคตรนานของเรา ปวดตริงเลย

แต่ก้ได้ของมาเยอะเช่นกัน เด๋วพรุ่งนี้ไปอีก

สั่งของเอาไว้ 555 

ปล. มีสาระเกินไปอีกละ -*-

ปล.2 แต่ว่าร้านการ์ตุนที้รากกกกกกกกกกกกกของเราอ่ะ น่าจาไปแล้วไปลับ

(kumo) ใต้บันไดเลื่อนโรงหนังสยาม T^T

ปล.3 ทำไมถึงได้มีสาระได้ขนาดนี้วะ -*-